ผู้เขียน หัวข้อ: เก็บตก! 6 ประเด็นหลังเกม หงส์แดง เปิดบ้านเสมอ เรือใบ 0-0  (อ่าน 86 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

avatar928

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 18
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Advertisement



“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอกับ แมนฯ ซิตี้ 0-0 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม ทำให้ทั้งสองทีมมี 20 คะแนน เท่ากับ เชลซี แต่ เรือใบสีฟ้า ลูกได้เสียดีกว่า แซงนำเป็นจ่าฝูงแทน และนี่คือ 6 เรื่องหลังเกมนี้

6. สถิติจากเกมที่น่าสนใจ


ลิเวอร์พูล ยืดสถิติไร้พ่ายในเกมเหย้าต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็น 18 นัดเมื่อรวมทุกรายการ (ชนะ 12 เสมอ 6)  โดยความพ่ายแพ้นัดสุดท้ายของพวกเขาเกิดขึ้นในเดือน พฤษภาคม 2013 ด้วยสกอร์ 1-2
กวาร์ดิโอลา สามารถเอาชนะทีมของ คล็อปป์ ได้เพียง 1 ครั้งในการพบกัน 8 ครั้งหลังสุดเมื่อรวมทุกรายการ (เสมอ 3 แพ้ 4)
เรือใบสีฟ้า มีเปอร์เซ็นต์การครองบอลเพียง 51% ในเกมนี้ น้อยที่สุดนับตั้งแต่กุนซือ คาตาลัน คุมทัพ ซิตีเซนส์
การเก็บ 20 คะแนนของ หงส์แดง หลังผ่าน พรีเมียร์ลีก 8 เกมทำให้พวกเขาทำสถิติเทียบเท่าการเก็บแต้มมากที่สุดที่เคยทำได้ในซีซัน 1996/97 และ 2009/09
เซร์คิโอ อเกวโร ไม่สามารถทำประตูใน แอนฟิลด์ ได้เลยจากการลงเล่นที่นี่ 10 นัด (8 เกมกับ แมนฯ ซิตี้ และ 2 เกมกับ แอตเลติโก มาดริด)

5. ได้เวลา VAR?


เป็นอีกเกมที่แสดงให้เห็นว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงล้าหลังลีกชั้นนำอื่นๆ เมื่อพวกเขายังไม่นำการตัดสินด้วยวิดีโอมาใช้งานในการแข่งขัน

การเข้าปะทะ 3 ครั้งซ้อนๆ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะเสียฟาวล์ไล่ตั้งแต่ เดยัน ลอฟเรน หวด เซร์คิโอ อเกวโร ลงไปกองกับพื้น ตามด้วย เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่โหนโหม่งแต่บอลไปโดนมือที่ชูขึ้นมา และ ลอฟเรน อีกครั้งที่ฟันศอกใส่ กาเบรียล เชซุส ล้มลง ก่อนที่ เรือใบสีฟ้า จะได้จุดโทษที่พวกเขาสมควรได้ในที่สุดเมื่อ เลรอย ซาเน ถูกอัดล้มลงในช่วงท้ายเกมทว่าเพชฌฆาตเบอร์หนึ่งของทีมก็ถูกถอดออกไปนั่งอยู่ที่ข้างสนามเรียบร้อยแล้ว

4. จุดเปลี่ยนของ มาห์เรซ


จนปัญญาที่จะหาคำอธิบายว่าเพราะเหตุใด เป๊บ กวาร์ดิโอลา จึงสั่งให้ ริยาด มาห์เรซ รับหน้าที่สังหารจุดโทษในช่วงบีบคั้นหัวใจเช่นนั้น

สถิติ 3 ประตูจาก 8 จุดโทษหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก ของดาวเตะทีมชาติ อัลจีเรีย บ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่าเขาไม่ใช่เพชฌฆาตที่เหมาะกับหน้าที่ดังกล่าวรวมทั้งทีมยังมี เชซุส ที่เป็นกองหน้าตัวความหวังยังอยู่ในสนามอีกด้วย

3. ตาอยู่ สิงห์บลู

หลังจากมีฤดูกาลที่น่าผิดหวังในปีก่อนและเพิ่งคว้านายใหญ่คนใหม่อย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี มาร่วมทีมเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เชลซี ในปีนี้กลายเป็นทีมที่อันตรายสุดๆ ผลจากชัยชนะของพวกเขาเหนือ เซาแธมป์ตัน 3-0 ก่อนหน้าที่ หงส์แดง จะเสมอกับ เรือใบสีฟ้า ทำให้ สิงห์บลู มีแต้มเท่ากับทั้ง 2 ทีมที่ 20 คะแนนและโอกาสลุ้นแชมป์ยังคงเปิดกว้างสุดๆ

2. น่าผิดหวังแทน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์


หลังจากเป็นตัวหลักในตำแหน่งแบ็คขวาให้กับ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้แต่ในวันเกิดปีที่ 20 ของเจ้าตัวกลับต้องตกเป็นตัวสำรองเมื่อ เยอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจใช้ เดยัน ลอฟเรน แทนที่ โจ โกเมซ ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางและขยับเอา โกเมซ มาเล่นเป็นแบ็คขวา

อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นการเดิมพันทางแทคติกที่สมเหตุสมผลเมื่อเจ้าหนู เทรนต์ ไม่ได้โดดเด่นในเกมรับเท่ากับ โกเมซ ในตำแหน่งเดียวกันและหนุ่ม โจ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้เมื่อต้องรับมือกับแนวรุกสปีดจัดจ้านของ เรือใบสีฟ้า

1. กึ๋นของ เป๊บ ยังคงทำงาน

หลังจากที่ดูเหมือน แมนฯ ซิตี้ จะแพ้ทาง ลิเวอร์พูล เกือบทุกครั้งที่พบกันแต่เกมเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็น เป๊บ กวาร์ดิโอลา ที่ปรับแก้จุดอ่อนของทีมจนเกือบที่จะกำชัยกลับ แมนเชสเตอร์ ไปได้

ดาบิด ซิลบา ถูกจับให้ยืนสูงขึ้นกว่าเดิมที่ช่องว่างระหว่างกองกลางและกองหลังของเจ้าบ้านสร้างความพะวงในการจับตายดาวเตะชาว สเปน ขณะที่ จอห์น สโตนส์ ได้จับคู่กับ ไอเมอริค ลาปอร์ต ดักเก็บแนวรุกรอบจัดของ หงส์แดง ได้อยู่หมัดหลังเคยใช้ นิโกลาส์ โอตาเมนดี้ และ แวงซ็องต์ กอมปานี แล้วถูกสามประสาน เดอะเร้ดส์ เผาเครื่องเมื่อซีซันก่อน

ขอบคุณข้อมูล : 90min
สมาชิกใหม่กับ ufabet168 วันนี้
เติมเงิน 300 รับเพิ่ม 100 บาท ทันที
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม Line : @ufa169