ผู้เขียน หัวข้อ: CD SLOT PHONE MOUNT ที่วางโทรศัพท์มือถือในรถ แบบเสียบ ช่องซีดี  (อ่าน 13223 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Advertisement



นวัตกรรม CD Slot Phone Mount เป็นคำตอบสุดท้ายของที่วางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ,iPhoneทุกรุ่น, pocket,pc,andriod phone,GPS,Tablet ต่างๆ




คุณสมบัติเด่น
» อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ในการใช้งาน
» ไม่บังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ เหมือนกับ ที่จับมือถือแบบเกาะกระจก
» ออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน สำหรับทั้งผู้ขับรถและผู้โดยสารนั่งข้าง
» มือจับแข็งแรง สั่นสะเทือนน้อยที่สุด เมื่อรถวิ่งบนพื้นผิวที่ขรุขระ
» แขนจับสามารถอ้ากว้างได้ถึง 20ซม. สามารถจับ Pocket PC, PDA,GPS ขนาด 7นิ้ว ได้สบาย
» ไม่ทำลายฟิลม์กันแดดเหมือนตัวเกาะกระจกเวลาถอดออก
» ผลิตจากพลาสติก ABS อย่างดี
» QUICK RELEASE – ปุ่มด้านข้างกดง่ายสามารถถอดอุปกรณ์ได้รวดเร็ว ด้วยมือเพียงข้างเดียว
» ปรับมุม 540 องศา – สามารถปรับได้รอบทิศทาง ทั้งแนวตั้งนอน ปรับซ้าย ปรับขวาได้ตามต้องการ

วีดีโอ แกะกล่อง CD Slot Phone Mount ที่วางโทรศัพท์มือถือในรถ แบบเสียบช่องซีดี


CD Slot Phone Mount ที่วางโทรศัพท์มือถือในรถ แบบเสียบ ช่องซีดี

ติดตั้งง่ายด้วยตัวคุณเอง
CD Slot Phone Mount ไม่ต้องใช้ตัวดูดกระจก,ไม่ต้องใช้คลิปล๊อก,ไม่ต้องขันตะปู
และไม่ต้องใช้อุปกรณ์เช่นเทปกาวต่างๆ แค่เพียงสอดเข้าไปในช่องใส่ซีดีเท่านั้นเอง


วีดีโอสาธิต การติดตั้ง


ติดตั้ง cd slot phone mount,install cd slot phone mount




╔═. ▀▄ . ═════════════════════════╗
░░░░░░ราคา░450░บาท░ส่ง░EMS░ฟรี░░░░░░
╚══════. ▀▄ . ════════════════════╝


ชอบสินค้าล้ำ ๆ กด >>Like<< หน้าเพจเพื่อติดตามได้เลย
ย้ำอีกครั้ง "ชอบสินค้าล้ำ ๆ กด like หน้าเพจเพื่อติดตามได้เลย




สั่งซื้อสินค้าด่วน...
☏:086 3357254
LineID:wintuth

EMAIL: wintuth@gmail.com

สั่งซื้อผ่าน Website ได้ทันทีคลิ๊กเล้ย...
http://thrivenmart.com/cd-slot-phone-mount.html

สั่งซื้อผ่าน Inbox ได้ทันทีคลิ๊กเล้ย...
https://www.facebook.com/messages/596701387031778


บัญชีโอนเงิน
นายวินทัต ตันยะกุล
ธนาคารกสิกรไทย
สาขา เซ็นทรัลย่อยลาดพร้าว
บัญชีออมทรัพย์
เลขที่ 730-2-44629-0


เวลาจัดส่งสินค้า :15.00 น. ของทุกวัน หากท่านชำระค่าสินค้าก่อนเวลาดังกล่าวท่านจะได้รับสินค้าในวันถัดไป (เฉพาะกรุงเทพ ต่างจังหวัด 1-2 วัน)
ดูสินค้ารถนิยม...
https://www.facebook.com/RotNiyom

**************************
กรุณาติดต่อสอบถามโดยตรงที่
☏:086 3357254
LineID:wintuth
EMAIL: wintuth@gmail.com
สั่งซื้อผ่าน Website ได้ทันทีคลิ๊กเล้ย...
http://thrivenmart.com/cd-slot-phone-mount.html


เพราะผมอาจไม่ได้เข้าบอร์ดทุกวันครับ

*************************

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2013, 02:50:45 PM โดย jigkooffroad »

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เปิดร้านหน่อยจ้า
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2013, 09:46:18 PM »
เปิดร้านหน่อยจ้า

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เมื่อเช้ามืดของวัน 14 ธันวาคม 2556 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  หรือสดร.พาประชาชนกว่าร้อยคน ร่วมชมฝนดาวตกเจมินิดส์บริเวณยอดดอยอินทนนท์  จังหวัดเชียงใหม่  ท่ามกลางอากาศหนาวจัดที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส  โดยจัดบรรยายให้ความรู้ทางดาราศาสตร์ พร้อมเตรียมกล้องโทรทรรศน์ขนาดต่างๆ ให้ประชาชนสังเกตวัตถุท้องฟ้า  แต่ฟ้าไม่เป็นใจมีทั้งเมฆและฝนตกอย่างหนักตลอดคืน เริ่มเห็นฝนดาวตกเจมินิดส์ช่วงย่ำรุ่งประมาณตีห้าเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง

           ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร.กล่าวว่า สำหรับปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ในปีนี้ ตรงกับคืนดวงจันทร์ ข้างขึ้น 11-12 ค่ำ ต้องรอให้ดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าในช่วงเวลา 03.55 น. ( 14 ธันวาคม) เป็นต้นไป จึงจะเริ่มมีดาวตกปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณใกล้กับกลุ่มดาวคนคู่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกเจมินิดส์    ปีนี้ นอกจากแสงจากดวงจันทร์ข้างขึ้นจะเป็นอุปสรรคสำคัญแล้ว ยังมีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนทำให้ประชาชนที่มาเฝ้ารอชมต่างผิดหวังไปตามๆ กัน กว่าฝนจะหยุดและมีดาวตกโผล่มาให้เห็นก็เกือบรุ่งเช้า

          ฝนดาวตกเจมินิดส์ถือเป็นดาวตกชุดสุดท้ายของปีนี้ ต้องรอไปถึงปลายปีหน้าจึงจะมีฝนดาวตกสวยๆ มาให้ชมกัน สำหรับประชาชนที่สนใจการสังเกตวัตถุท้องฟ้าต่างๆ ทาง สดร. ยังมีกิจกรรม “เปิดฟ้า..ตามหาดาวรับลมหนาว 2556” ให้ติดตามกัน ครั้งต่อไปจัดที่ดอยอินททนท์ในวันที่ 26 ธันวาคม 2556 กัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 053-225569 ต่อ 305 ในวันและเวลาราชการ

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
นายไมเคิล อาราเน็ตตา ผู้จัดการประจำ ไอดีซี ประเทศไทย นำทีม ออกมาคาดการณ์แนวโน้มที่สำคัญปี 2557 ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำลังเตรียมปฏิรูปวงการโทรทัศน์ไทยจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล

โดยไอดีซี มองว่าโทรทัศน์ดิจิทัลจะรุ่ง หรือ ร่วง ขึ้นอยู่กับปัจจัย อย่างพื้นที่การครอบคลุมโครงข่ายให้บริการ การบริการคอนเทนต์ (เนื้อหารายการ) เป็นไปตามที่ประชาชนสนใจหรือไม่ และสุดท้ายคือ ประชาชนรับรู้โทรทัศน์ดิจิทัลหรือไม่ ทั้งวิธีการรับชมและการใช้งาน ขณะเดียวกันไอดีซีเองระบุว่า การครอบคลุมพื้นที่ให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลในช่วงปีแรกจะไม่เป็นไปตามที่ กสท. กำหนดไว้คือ ปีแรกครอบคลุม 50% ปีที่ 2 ครอบคลุม 80% ปีที่ 3 ครอบคลุม 90% และปีที่ 4 ครอบคลุม 95% แต่กลับมองว่า เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจประชาชนเริ่มมีการชะลอการซื้อลดลง ผสมสถานการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ความเชื่อมั่นในขณะนี้จะส่งผลให้การครอบคลุมต่ำกว่าที่กำหนด ซึ่งมองว่าปีแรกจะครอบคลุมเพียง 42% ปีที่ 2 70% ปีที่ 3 80% และปีที่ 4 90% เท่านั้น

นางสาวนีรนุช กนกวิไลรัตน์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส ไอดีซี มองว่าสิ่งที่น่าจับตามองคือ เรื่องของคอนเทนต์ ที่จะบ่งบอกว่าทีวีดิจิทัลประสบความสำเร็จ เนื่อง จากคอนเทนต์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่นี้ควรมีความน่าสนใจที่แตกต่างจากการรับชมทีวีผ่านเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมในปัจจุบันที่ครอบคลุมเกินครึ่งหนึ่งของประชากร

ส่วนอุตสาหกรรมไอซีทีในปี 2557 ต้องจับตามองคือ 5 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ได้แก่ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ชลบุรี ขอนแก่น และอุดรธานี ที่จะมีการเติบโตการใช้จ่ายด้านไอซีทีสูง ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑล ถูกลดบทบาทการเป็นศูนย์ กลางลง เนื่องจากผู้ประกอบการร้านเริ่มเพิ่มช่องทางในการขายต่างจังหวัดมากขึ้นเพราะกำลังการซื้อมีมาก

หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์แท็บเล็ตจะเป็นอุปกรณ์ที่ครองตลาดคอนซูมเมอร์ การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงอุตสาหกรรมผู้ผลิตอุปกรณ์ของญี่ปุ่นจะทำให้ประเทศไทยเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต อาทิ การติดตั้งอุปกรณ์ในรถยนต์ บลูทูธ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ที่มา dailynews.co.th

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เปิดชอปปิงสติกเกอร์ไลน์ด้วยบัตรเติมเงิน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2013, 12:20:45 PM »
ปัจจุบันไลน์มีผู้ใช้งาน 300 ล้านคนทั่วโลก ส่วนในไทยมีมากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งการเปิดไลน์ เว็บสโตร์
มอล จับมือ ไลน์ และเอ็มเปย์ เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าซื้อสติกเกอร์ไลน์และเกมง่ายขึ้นผ่านบัตรเติมเงินคาดมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย ชี้ง่าย สะดวก เหมาะกับผู้ไม่มีบัตรเครดิต

นายปรีชา ไพรภัทรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอล แอ็คเซสพอร์ทัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับ แอพพลิเคชั่นไลน์ และเอ็มเปย์ เปิดช่องทางใหม่ให้ผู้ใช้ไลน์สามารถซื้อสติกเกอร์ และเติมเงินเกมไลน์ ด้วยบัตรเงินสด เอไอเอส  3จี วัน-ทู-คอล ผ่านไลน์ เว็บสโตร์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตให้สามารถซื้อสติกเกอร์ และไอเทมในเกมได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่มีการใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์จำนวนมากในปัจจุบัน

นายณัฐวุฒิ เลิศศรีมงคล ผู้จัดการอาวุโส โกลบอล ไลน์ บิสสิเนส บริษัท ไลน์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ปัจจุบันไลน์มีผู้ใช้งาน 300 ล้านคนทั่วโลก ส่วนในไทยมีมากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งการเปิดไลน์ เว็บสโตร์ เพราะต้องการให้สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานและอำนวยความสะดวกในการใช้และเติมเงินเพื่อซื้อสติกเกอร์ และของต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้งานไลน์ในไทยมากกว่า 50% ที่จะเข้ามาใช้ช่องทางที่ได้ร่วมกับเอ็มเปย์ และมอล ในครั้งนี้

ด้านนายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด กล่าวว่า เอไอเอส มีลูกค้า 38 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้มากกว่า 10 ล้านคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีช่องทางที่ซื้อสติกเกอร์ได้ง่ายขึ้น และไม่จำกัดเฉพาะลูกค้าเอไอเอสเท่านั้น ผู้ใช้งานไลน์เครือข่ายอื่น ๆ ก็สามารถใช้บัตรเติมเงินผ่านไลน์ เว็บสโตร์ (store.line.me) ได้เช่นกัน โดยสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ และดิสเคาน์สโตร์ต่าง ๆ มีราคาตั้งแต่ 50-1,000 บาท โดยจากนี้ไปทางเอ็มเปย์จะประชาสัมพันธ์ ไปยังลูกค้าที่ติดตามออฟฟิคเซียล แอคเคานท์ของเอไอเอสในไลน์ที่มีมากกว่า 9 ล้านราย ให้ทราบถึงบริการนี้.

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
นักวิจัยโรงเรียนนายเรืออากาศคว้าเหรียญทองสิ่งประดิษฐ์ไอที ใช้ฟอยล์ห่อปลาเผาทำเสาอากาศไว-ไฟขยายสัญญานได้ 5 กม. ทั้งที่แอ็กเซสพอยต์ ได้แค่ 100 เมตร

วันที่ 17 ธ.ค.สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)รายงานว่าได้นำผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์จากประเทศไทยไปประกวดในงานแสดงสิ่งประดิษฐ์(SeoulInternational Invention Fair (SIIF) 2013)ที่กรุงโซลสาธารณรัฐเกาหลีโดยมีผลงานที่เข้าประกวดและจัดแสดงกว่า702ผลงานจาก 31ประเทศปรากฎว่าผลงานจากประเทศไทยได้รางวัลหลายรายการ

ข่าวแจ้งว่าในจำนวนผลงานส่งประกวด 50รายการผลงานของ รศ.น.ท.พลสมุทรจินารัตน์อาจารย์โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ได้รับรางวัลเหรียญทองและรางวัลสเปเชียล ไพรซ์จากสมาคมสิ่งประดิษฐ์ ไต้หวัน(Special Prize, TIA: Taiwan Invention Association) จากผลงานสายอากาศ แอร์ฟอร์ซ แอนเทนน่า(AirForce Antenna) สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย

สายอากาศดังกล่าวรศ.น.ท.พลสมุทรเปิดเผยว่า เป็นการประดิษฐ์สายอากาศขยายสัญญานไร้สาย (ไว-ไฟ)ด้วยการใช้ท่อประปาพีวีซีที่มีขายทั่วไปยาว 15ซม.ด้านในใช้แผ่นอลูมีเนียมบางชนิดเดียวกับที่ใช้ห่อปลาเผาม้วนเข้าไว้ในท่อยึดเข้ากันด้วยลวดเย็บกระดาษนำลวดทองแดงจากสายไฟฟ้ากับลวดราวตากผ้าประกอบบัดกรีเข้ากับหัวคอนเน็กเตอร์มีฝาสะท้อนสัญญานเป็นรูปกรวยที่ให้ทำสังกะสีรางน้ำเป็นสายอากาศที่สมบูรณ์ใช้การได้นำไปเสียบกับแอกเซสพอยต์หรือเครื่องส่งสัญญาณไว-ไฟก็ใช้งาน ใช้งบประมาณส่วนตัวทั้งสิ้น 30,000บาทโดยการทดสอบความแรงสัญญาณมีรัศมีส่งไกลถึง 5กม.ขณะที่สายอากาศที่ติดอยู่กับแอกเซสพอยต์ส่งได้ไม่เกิน100เมตร

สายอากาศแบบนี้ในการศึกษาวิจัยนำไปใช้ขยายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ในราคาประหยัดไม่ต้องใช้สายไฟเบอร์ออปติกและใช้เป็นเครือข่ายสำรองได้กรณีเครือข่ายหลักชำรุดเสียหาย ทั้งยังใช้ร่วมกับระบบไอพีแคมเมอร่าหรือกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแบบไร้สายในงานรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานที่สะดวกในการใช้งานการติดตั้งและการเคลื่อนย้ายหรือประยุกต์ใช้สำรวจสัญญาณ(SiteSurvey)เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบไร้สายรอบฐานทัพอากาศ

ศ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการวช.เปิดเผยว่าผลงานวิจัยและผลงานประดิษฐ์ของนักวิจัยไทยที่ไปประกวดครั้งนี้ได้รับรางวัล แกรนด์ไพรซ์(GrandPrize) 1 ผลงานรางวัล สเปเชียล ไพรซ์ (Specialprize) จาก7องค์กร13รางวัลรางวัลเหรียญทอง 15ผลงานรางวัลเหรียญเงิน 14ผลงานและรางวัลเหรียญทองแดง 19ผลงาน

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
เนคเทค-ทรู” ทุ่มงบ 20 ล้าน เจ้าภาพงาน “APRICOT 2014
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2013, 06:21:58 PM »
วันนี้(18ธ.ค.) ที่อาคารทรูถนนรัชดา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือเนคเทคจัดแถลงข่าว การเป็นเจ้าภาพจัดงาน APRICOT 2014 ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกเข้าร่วมงาน

โดย ดร.พันธ์ศักดิ์ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ เนคเทคเปิดเผยว่า การประชุม APRICOTเป็นการประชุมเชิงวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จัดขึ้นทุกปีโดยปีนี้เนคเทคได้ร่วมกับกลุ่มทรูเสนอตัวเป็นเจ้าภาพและได้รับการไว้วางใจจากองค์กรอินเทอร์เน็ตระดับสากลอย่าง APIA และ APNICให้เป็นเจ้าภาพโดยคาดว่าจะมีนักธุรกิจและผู้ประกอบการในวงการอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกกว่า700 คนที่เป็นตัวแทนจาก 400 บริษัท จาก 50 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานโดยเฉพาะจากไทยได้เพิ่มเครือข่ายเชิงวิชาการ ธุรกิจที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอินเทอร์เน็ตของเมืองไทย

“ งานนี้ได้เริ่มจัดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1996และไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้มาแล้วเมื่อปี2002 ถือเป็นงานระดับนานาชาติซึ่งจะเป็นการแสดงศักยภาพของไทยให้ต่างชาติได้เห็นและคนที่เข้าร่วมงานประชุมและเวิรค์ชอปก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตระดับโลกที่สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้”

นายสุพจน์มหพันธ์ ผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ได้ใช้งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาทในงานมีการจัดประชุมและการเวิรค์ชอปด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและการสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจต่างๆโดยได้รับเกียรติจาก ดร.นี คเวย์ นอร์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทวีปแอฟริกาและ ดร.กาญจนา กาญจนสุต นักวิชาการด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของไทยร่วมเป็นวิทยากรในงานด้วย

ทั้งนี้ งาน ARICOT2014 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 ก.พ.2557 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯโดยผู้เช้าร่วมงานเวิร์คชอปจะมีค่าใช้จ่าย 500 เหรียญสหรัฐฯส่วนการร่วมประชุมมีค่าใช้จ่าย 600 เหรียญสหรัฐฯ ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่http://2014.apricot.net

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
คนไทย2ล้านใช้คลาวด์ในห้องเรียน
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2013, 12:23:43 PM »
ไมโครซอฟท์ จับมือ 60 สถาบันการศึกษา เดินหน้าใช้คลาวด์ในห้องเรียน เผยใช้แล้วกว่า 2 ล้านคน ทำให้ไทยติดอันดับ 5 ของโลกในการใช้คลาวด์ในห้องเรียน

นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า มีนักศึกษาและบุคลากรจากภาคการศึกษาไทยกว่า 700,000 คน ใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ หรือ ออฟฟิศ  365 เพื่อการศึกษา (Office 365 for Education)  ผ่านมา 6 เดือน ปัจจุบันไทยมีผู้ใช้เพิ่มกว่า 2 ล้านคน จาก 60 สถาบันการศึกษา ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นประเทศในลำดับ 5 ของโลก ที่นำระบบคลาวด์มาใช้ในห้องเรียน

ทั้งนี้ไมโครซอฟท์ได้ผลักดันโครงการออฟฟิศ 365 เพื่อการศึกษา ซึ่งให้นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการใช้แอพพลิเคชั่นของออฟฟิศผ่านระบบคลาวด์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในอนาคตให้กับประเทศไทย เพื่อก้าวสู่แรงงานที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จในสายอาชีพ ซึ่งจากผลการวิจัยล่าสุดของไอดีซี เกี่ยวกับทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต พบว่า ผู้นำองค์กรต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องมีความสมดุลระหว่างความสามารถด้านทักษะวิชาชีพและทักษะความสามารถทั่วไป และความเชี่ยวชาญในการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ นับเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญอันดับต้น ๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน

อย่างไรก็ดี ไมโครซอฟท์ ได้ชี้ถึงเทรนด์ที่จะเปลี่ยนการศึกษา 6 ด้าน คือ นวัตกรรมการสอน การพัฒนาสู่ความรู้แบบดิจิทัล การทำงานได้อย่างมีประสทธิภาพแต่ใช้ทรัพยากรที่น้อยลง ความเร่งด่วนในการสร้างการเปลี่ยน แปลง การปรับให้เข้าใช้งานได้เฉพาะบุคคล และการนำไปใช้งานจริง  ซึ่งปัจจุบันการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์หรือดีไวซ์ต่าง ๆ ได้ก่อให้เกิดความคาดหวังทางเทคโนโลยีจากที่ทำงานเพิ่มมากขึ้น ภายในปี ค.ศ. 2016 คาดว่าจะมีการใช้สมาร์ทโฟนกว่า 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก และ 350 ล้านเครื่องนั้นจะถูกนำมาใช้เพื่อการทำงาน.

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
'ชุดขาว-ตราหมี' ลิ่ว16ทีมโกปาเดลเรย์
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2013, 09:10:09 PM »
ศึกฟุตบอลถ้วยโกปา เดล เรย์ สเปน 2013-14 รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด เปิดสนามซานติอาโก เบอร์นาเบว ต้อนนิ่มสมันน้อยจากดิวิชั่น 3 โอลิมปิก เด ชาติบา 2-0 ได้ประตูจาก อาเซียร์ อิลลาร์ราเมนดี นาที 16, อังเคล ดิ มาเรีย นาที 28 (จุดโทษ) รวมผล 2 นัด รีล มาดริด ชนะ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 ต่อไป

ด้าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด เปิดบ้านเฉือนหวิวทีมรองบ่อน ซังต์ อันดรา แค่ 2-1 เจ้าถิ่นได้ประตูจาก เฮคตอร์ เฮอร์นานเดซ นาที 79 และโทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ นาที 90 ทางทีมเยือนได้ประตูจาก อัลแบร์โต โรดริเกซ คาร์โรซา นาที 15 รวมผล 2 นัด "ตราหมี" ผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยประตูรวม 6-1

ผลคู่อื่น ๆ รีล โซเซียดัด ชนะ อัลเกซิราส 4-0 รวมผล 2 นัด โซเซียดัด ผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยประตูรวม 5-1, รีล เบติส เสมอ เยอิดา 2-2 รวมผล 2 นัด เบติส ผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยประตูรวม 4-3, อัลเมเรีย เสมอ ลาส ปัลมาส 0-0 รวมผล 2 นัด อัลเมเรีย ผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยประตูรวม 3-1, เซบีญา แพ้ ราซิง ซานตานเดร์ 0-2 รวมผล 2 นัด ราซิง ผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยประตูรวม 2-1.

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
กรุงเทพฯ 17 องศา - รู้หลบ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2013, 12:03:01 PM »
กรุงเทพมหานคร ที่เคยต่ำสุดก็ยัง 24 องศา อาจจะได้เห็นตัวเลข 17–20 กับเขามั่งตื่นเต้น!!

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับล่าสุดบอกว่า คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาร์ที่เข้าปกคลุมภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 56 จะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บ จากนั้นวันที่ 16–19 ธ.ค. ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะลงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้อุณหภูมิลดลง 8–10 องศาเซลเซียสอุณภูมิภาคเหนือที่เคยต่ำสุดราว ๆ 20 องศา ก็จะลงมาถึง 10 ต้น ๆ

กรุงเทพมหานคร ที่เคยต่ำสุดก็ยัง 24 องศา อาจจะได้เห็นตัวเลข 17–20 กับเขามั่งตื่นเต้น!!

แต่อุณหภูมิดังว่า อย่าคิดไกลถึงขั้นจะเป็นอย่างเมืองหนาวทั้งหลาย เพราะตัวเลขขนาดนี้ ถ้าเอาเกณฑ์อากาศหนาวของกรมอุตุนิยมวิทยามาจับ ยังเรียกอากาศเย็น สำหรับอุณหภูมิช่วง 18–22.9 องศา

ขนาดลงไปถึง 16 ยังใช้คำว่า “ค่อนข้าง” หนาว ต้องสัก 8–15.9 นั่นแหละถึงจะใช้คำว่า หนาว เต็มปากเต็มคำที่จะเรียกหนาวจัด หนาวเวอร์ ก็ต้องต่ำกว่า 7.9 องศาโน่น

ด้วยสภาพอากาศที่เพิ่งโดนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บซัดเอาเต็ม ๆ รุ่งขึ้นยังมีอากาศหนาวซ้ำเติม คำประกาศของอุตุนิยมวิทยา จึงย้ำให้ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพราะสำหรับคนธรรมดา มีโอกาสแพ้อากาศ ป่วยไข้เอาได้

เมื่อมีลมหนาวซัดกระหน่ำหนักทางภาคเหนือ ก็ทำให้พื้นที่อ่าวไทยมีคลื่นลมแรง ภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้นคนทางใต้ไม่ต้องทนหนาวแต่ต้องระวังฝนที่จะเพิ่มขึ้น การเดินเรือในทะเลก็ต้องเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคลื่นลมที่จะทำอันตราย

หน้าหนาวแบบนี้สำหรับคนกรุง ชาวภาคกลาง ซึ่งอยู่กับความร้อนเป็นส่วนใหญ่ มักตื่นเต้น แห่แหนขนชุดหนาวไปประชันกันบนยอดภู ยอดดอย เพื่อถ่ายภาพความสุขมาอวดสิ่งที่ควรตระหนักสำหรับการทัวร์ตากหนาว มีว่า คนในพื้นที่ห่างไกล อาจไม่ได้สุขสนุกกับอากาศเย็นจับใจปานนั้น

ถ้าเป็นได้ พกน้ำใจไปเผื่อแผ่กันบ้างหรือแม้ไม่ได้ไป แต่เข้าใจทุกข์ยากอยากช่วยผู้ประสบภัยหนาว โดยเฉพาะเด็กชาวเขายากจน เช่นที่หมู่บ้านสงินนุปอย บ้านสงินใหม่ บ้านสงินนะแคว บ้านอุตูมใต้และบ้านห้วยไก่ป่า ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งครอบครัวทำข้าวไร่ปีละครั้ง

มีรายได้เพียงปีละ 3,600 บาทชุมชนที่อยู่อาศัยไฟฟ้า ประปายังเข้าไม่ถึงถ้าไปใกล้ย่านนี้ หรือมีโอกาสเที่ยวเชียงใหม่ ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือร่วมบริจาคติดต่อพระสมชัย มงคลมุทิตา 08-9950-0426 หรือมูลนิธิตะวันฉาย จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5381-6285

ลมหนาววูบแรกทำความสดชื่น พอใจ ให้คนที่กำลังร้อนรุ่ม แต่ถ้าโดนความหนาวนานเข้าความสุขก็จะหายกลายเป็นทรมานเด็กจากครอบครัวยากไร้ ไม่มีเสื้อผ้าหนา ๆ ใส่ คงไม่สนุกกับลมหนาวที่นักท่องเที่ยวถวิลหานักหรอก

ไปเที่ยวถึงถิ่นเขาแล้ว นำน้ำใจไปฝากกันบ้าง.

หยาดน้ำฟ้า

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ภาพหัวลำโพงยามเย็นคว้าชนะเลิศจากโนเกีย
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2013, 08:26:42 PM »
โนเกียประกาศผลและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะกิจกรรม See More Thailand การประกวดภาพถ่ายประเทศไทยโดยใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งชิคชิม ช้อป ชิล ผ่านมุมมองที่น่าสนใจ รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 1.2 ล้านบาท โดยมี “พี่ใหญ่” อมาตย์ นิมิตย์ภาคย์ ช่างภาพชั้นแนวหน้าของไทยร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน   โดยนายถาวรวงศ์งาม เป็นผู้ชนะเลิศได้รับรางวัลที่ 1 เป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-สมุยพร้อมห้องพักระดับวิลล่า โรงแรมโฟร์ ซีซั่น สมุย 2 คืน จำนวน1 รางวัล โดยภาพที่ได้รับรางวัลชื่อว่า “หัวลำโพงยามเย็น@กรุงเทพฯ" ถ่ายโดย NOKIALUMIA 720

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
กรมอุตุฯ เผยทุกภาคอากาศยังหนาวเย็น
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 12:03:12 PM »
เมื่อวันที่   23 ธ.ค. 56  กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุมประเทศไทย ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นต่อไปจนถึงช่วงปีใหม่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 9-13 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-26 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอย อากาศหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-6 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-25 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-27 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : มีเมฆบางส่วน ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่ง คลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-28 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
4จี แอดวานซ์ โมเดลประเทศเกาหลี ดีอย่างไร!
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2013, 09:03:14 PM »
ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา รายการ ไอที 24 ชั่วโมง ครอบครัวข่าว 3 และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พาผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมและสื่อมวลชนไปศึกษาเทคโนโลยีที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้

เมื่อถึงสนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ สิ่งที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันคือ อินเทอร์เน็ต และบริการไวไฟฟรี ซึ่งในพื้นที่ของสนามบินอินชอนก็มีบริการไวไฟฟรีด้วยเช่นกัน

โดยการให้บริการไวไฟฟรีของเกาหลีใต้ ไม่ใช่เฉพาะสนามบินเท่านั้น แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็มีบริการไวไฟฟรีเช่นกัน โดยการให้บริการไวไฟฟรีถือเป็นเรื่องปกติเพราะหลาย ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้บริการเช่นกัน แม้แต่ประเทศไทย

แต่ประเทศไทยจะติดตรงที่ขั้นตอนความยุ่งยากของการเชื่อมต่อและความเร็วที่ให้ใช้บริการ แต่เกาหลีสามารถล็อกอินได้โดยอัตโนมัติ เมื่อเจอสัญญาณและสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่เคยตกอยู่ในภาวะลำบากขัดสนและคุ้นเคยกับสงครามถือเป็นอดีตที่ขื่นขมมากกว่าประเทศไทย แต่วันนี้กลายเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าถือว่าล้ำหน้ากว่าประเทศไทย และปัจจุบัน           

นักโทรคมนาคมไทยต้องเดินทางมาศึกษาเทคโนโลยีถึงประเทศเกาหลีทั้งนี้ รายการ ไอที 24 ชั่วโมง ได้พาไปดูเทคโนโลยี 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ ของ บริษัท เอสเค เทเลคอม  ถือเป็นยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมเกาหลีใต้ สามารถรับส่งข้อมูลความเร็วสูงสุด 120-150 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps)เป็นความเร็วที่เหนือกว่า 4จี ปกติที่ให้บริการในหลายประเทศมากกว่า 2 เท่าตัว

โดยเอสเค เทเลคอมเปิดให้บริการผ่านย่านความถี่ 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยปัจจุบันมี 3 ประเทศทั่วโลกที่ใช้งานแล้วคือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลี โดยเกาหลีเริ่มใช้ช่วงเดือน มิ.ย. 2554 ขณะที่ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ใช้งานย่าน 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์

เอสเค เทเลคอม ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมด 12 ล้านราย จากประชากรประมาณราว 50 ล้านคน ที่ใช้งานผ่านโมบาย บรอดแบนด์ สมาร์ทดีไวซ์ ในครัวเรือน เพื่อควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีภายในบ้าน อาทิ ทีวี วิทยุ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น การควบคุมการเปิด ปิด ประตู

สำหรับเทคโน โลยีเด่น ๆ ที่ เอสเคเทเล คอม นำเสนอ คือ การจำลองบ้านแห่งอนาคต ที่ใช้ 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ สั่งงานผ่านอุปกรณ์พกพา สามารถสั่งให้รถวิ่งไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องใช้มือควบคุมพวงมาลัย มีการสั่งซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นผ่านแอพพลิเคชั่นโมบายด้วยการวัดขนาดตัวของผู้ใช้งานออกมาเป็นแบบจำลองได้เท่าขนาดของจริง เป็นต้น สร้างความเพลิดเพลินให้กับสมาชิกในครอบครัวกับมุมต่าง ๆ ในบ้าน  1 หลัง

ดร.เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประจำรองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ (กทค.) เล่าว่า หากจะเปรียบ เอสเค เทเลคอม กับผู้ให้บริการโมบาย และบรอดแบนด์ในเมืองไทย จะเปรียบได้กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ให้บริการทั้งโมบาย และ บรอดแบนด์

สำหรับ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเกาหลี ถ้ากลุ่มโมบายถือว่า เอสเค เทเลคอม เป็นเบอร์ 1 ในด้านโมบาย โดยให้บริการ 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์

สำหรับแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ 4จี แอลทีอี ของประเทศไทย คาดว่า สมาคมโทรคมนาคมนานาชาติหรือไอทียู จะสรุปแนวทางภายในปีนี้ว่าจะต้องประมูลได้เมื่อไหร่

ทั้งนี้ จากการศึกษา การเปิดให้บริการ 4จี แอลทีอี ในหลาย ๆ ประเทศ ทำให้ กทค.มีแนวคิดที่ไม่อยากประมูลแค่ 4จี แอลทีอี แต่จะประมูล 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ โดยนำคลื่น 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ มาเปิดประมูลพร้อมกัน เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมประมูล

“ปัจจุบันคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่เอกชนถืออยู่ก็นำมาให้บริการ 4 จี ได้ ซึ่งหากเราประมูล 4 จี แอลทีอี แอดวานซ์ จะทำให้ความเร็วสูงกว่า 4จี แอลทีอี ถึง 2 เท่า และยังช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนของผู้เข้าร่วมประมูลด้วย”

ถึงแม้ว่าเกาหลีใต้จะเป็นประเทศที่เคยยากจนถึงขีดสุด ๆ แต่สิ่งที่คนเกาหลีให้ความสนใจคือ การศึกษา และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ รัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยีอย่างจริงจัง.

กัญณัฏฐ์ บุตรดี

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
นวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาฝีมือคนไทย
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2013, 12:31:23 PM »
“วิทยาศาสตร์การกีฬา” ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการกีฬา เนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้นักกีฬาทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ  ได้ประสบความสำเร็จในการฝึกซ้อมและแข่งขัน

ทาง กรมพลศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ ก็มีนโยบายที่จะใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าไปช่วยในทุกมิติ ในขณะเดียวกันยังส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ที่สนใจสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นมา เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้านวัตกรรมและเครื่องมือต่าง ๆ จากต่างประเทศที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงได้จัดการประกวดนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าประกวด

ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษายังเป็นหน่วยงานแรกที่คิดริเริ่มในการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งกิจกรรมการประกวดนี้ได้มีการจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และมีการแบ่งประเภทการประกวดออกเป็นประเภทต่าง ๆ คือ ประเภทอาชีวศึกษา ประเภทอุดมศึกษา และประเภทต้นทุนต่ำ และในอนาคตอันใกล้นี้กรมพลศึกษามีความมั่นใจว่าสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้จะสามารถนำไปต่อยอดและใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ รวมถึงสามารถนำไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ในอนาคต

ทั้งผลการประกวดในปีนี้ รางวัลชนะเลิศในประเภทอาชีวศึกษา ได้แก่ผลงาน  “เครื่องพัฒนาประสิทธิภาพนักกีฬาพายเรือ” ของทีมพิกุลนรา จาก วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส  ส่วนรางวัลชนะเลิศประเภทอุดมศึกษา ได้แก่ผลงาน “เครื่องวัดมุมข้อเข่าสำหรับวิทยาศาสตร์การกีฬา”  ของทีม  MU TEAM จาก มหาวิทยาลัยมหิดล และสุดท้าย รางวัลชนะเลิศประเภทต้นทุนต่ำ ได้แก่ “เครื่องประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อให้ความมั่นคงของลำตัว”  ของ น.ส.วิภาดา ฉอ้อนครบุรี จากโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา

นายจตุรพล นวภูษณะกนก ตัวแทนทีมพิกุลนรา วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส ผู้ชนะเลิศประเภทอาชีวศึกษา กล่าวว่า ผลงานที่พัฒนาขึ้นเกิดจากที่จังหวัดนราธิวาสมีการแข่งขันพายเรือประจำปี และทางวิทยาลัยได้ส่งทีมเข้าแข่งขันทุกปี ปกติการซ้อมพายเรือต้องซ้อมเป็นทีม แต่เครื่องพัฒนาประสิทธิภาพนักกีฬาพายเรือนี้สามารถฝึกซ้อมคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบทีม โดยผลงานชิ้นนี้ใช้ระยะเวลาในการผลิตและทดลองเป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งเครื่องพัฒนาประสิทธิภาพนักกีฬาพายเรือนี้จะสามารถฝึกฝนให้นักกีฬามีประสิทธิ ภาพในการพายเรือ และในอนาคตจะมีการพัฒนากลไกการดึงสปริงให้สอดคล้องกับการพายและพัฒนาทิศทางการพายให้เหมือนจริงมากขึ้น”

ด้าน น.ส.อารยา อารีสกุลสุข ตัวแทนทีม MU TEAM มหาวิทยาลัยมหิดล เจ้าของรางวัลชนะเลิศประเภทอุดมศึกษา กล่าวว่า ทางมหา วิทยาลัยมหิดลมีการพัฒนางานวิจัยและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปทางด้านการแพทย์ และทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูสำหรับผู้ป่วยที่พิการและผู้ป่วยสูงอายุ ทางทีมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและพัฒนาเครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในราคาที่ถูก วัสดุต้องหาได้ในประเทศไทย เป็นฝีมือของคนไทยที่พัฒนางานนวัตกรรมที่ดี เพื่อทดแทนเครื่องมือที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูง

“เครื่องวัดมุมข้อเข่าสำหรับวิทยาศาสตร์การกีฬาชิ้นนี้ได้ใช้ระยะเวลาในการทดลองและศึกษาเป็นเวลา 1 ปี ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เป็นเพราะเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์ จึงต้องมีการอบรมการวิจัยในมนุษย์ มีการทดสอบจริงกับผู้ป่วย และเมื่อสร้างเครื่องมือเสร็จจะต้องได้รับการรับรองจากแพทย์และสาธารณสุข เพราะเครื่องมือนี้เป็นเครื่องที่สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงโอกาสน้อยมากที่โรงพยาบาลจะรับรอง เพราะฉะนั้นเครื่องมือต้องได้รับการการันตีและได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในคน ซึ่งเป็นใบรับรองในงานวิจัยชิ้นนี้ว่าใช้งานได้จริงมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน” น.ส.อารยา กล่าว

ส่วน น.ส.วิภาดา ฉอ้อนครบุรี  ผู้คิดค้น เครื่องประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อให้ความมั่นคงของลำตัว อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทต้นทุนต่ำ กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกายภาพบําบัด รู้ว่าเครื่องมือที่ใช้นั้นมีราคาที่แพงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงได้เกิดความคิดที่จะผลิตนวัตกรรมจากวัสดุที่เหลือใช้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานประสานกันของระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อและการทรงตัวเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและรวดเร็ว ให้กล้ามเนื้อส่วนที่ได้รับการฝึกได้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องนี้ใช้ระยะเวลาคิดค้นไม่นานนัก ในอนาคตจะมีการต่อยอดและพัฒนารูปแบบของตัวเครื่องให้มีความน่าใช้งานเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงจุดมุ่งหมายเดิม คืออุปกรณ์นี้ต้องใช้งานง่ายที่สุด เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมีต้นทุนที่ต่ำที่สุดด้วย

การประกวดนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาในครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้คนไทยได้แสดงฝีมือในการคิดค้นและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการกีฬาแล้ว ยังเป็นการสร้างความพร้อมต่อความต้องการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่สามารถผลักดันไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ ช่วยลดปริมาณการใช้เครื่องมือที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศในอนาคตได้.

jigkooffroad

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1566
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
โซเชียลมีเดียกระตุ้นตลาดสื่อสารปีหน้า
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2013, 08:31:15 PM »
เผยผลสำรวจตลาดสื่อสารและฮาร์ด แวร์ไทยปีนี้หดตัว จากกำลังซื้อที่ลดลง คาดปีหน้าดีขึ้นจากการใช้งานสมาร์ทโฟนและกระแสทีวีดิจิทัล ชี้การชุมนุมทางการเมืองทำให้ยอดผู้ใช้งานข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตพุ่งสูง แต่หากยืดเยื้ออาจกระทบตลาดไอทีในภาพรวม

นายจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาโครงการสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารและคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ของประเทศไทยประจำปี 2556-2557 เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.)  ได้ร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้น โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม-ตุลาคม 2556  เน้นสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรมกว่า 40 ราย

ทั้งนี้ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2556 หดตัวลงจากปี 2555 คือ เติบโตติดลบ 4% คิดเป็นมูลค่า 87,435 ล้านบาท  เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว และภาคครัวเรือนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักลดการใช้จ่ายลง คาดว่าในปี 2557 ตลาดจะสามารถเติบโตได้ 4.3% หรือมีมูลค่า 91,174 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตตามกระแสอุปกรณ์พกพา   ส่วนภาพรวมของตลาดสื่อสารปี 2556 มีมูลค่า 466,526 ล้านบาท และคาดว่าจะมีอัตราเติบโต 8.4% ในปี 2557 หรือคิดเป็นมูลค่า 505,831 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากตลาดบริการสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต ที่ในปีนี้มีมูลค่า 11,571 ล้านบาท และคาดว่าปี 2557 จะเติบโตเพิ่มอีกกว่า 26.4% เนื่องจากคนนิยมรับข่าวสารทางโซเซียลมีเดียมากขึ้น

อย่างไรก็ดีปัจจัยบวกของตลาดสื่อสารและคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ปีหน้า มาจากกระแสทีวีดิจิทัล การเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนและโมบายอินเทอร์เน็ต การใช้งานโครงข่าย 3จี 4จี รวมถึงการเตรียมตัวรองรับการเปิดเออีซี ส่วนปัจจัยลบคือกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ปัญหาภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความไม่มั่นคงทางการเมือง ซึ่งหากยืดเยื้อถึงปีหน้าอาจกระทบต่อตลาดไอทีในภาพรวมเพราะทำให้โครงการภาครัฐชะลอตัว แต่ตลาดสื่อสารและฮาร์ดแวร์ในกลุ่มแท็บเล็ตแล้วกลับมองเป็นการชุมนุมทางการเมืองเป็นปัจจัยบวกเพราะมีการใช้งานดาต้าอย่างถล่มทลายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งการแชร์ข้อมูล อัพโหลดรูปภาพ ไปจนถึง

คลิปวิดีโอ ดังนั้น คาดว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ จำเป็นต้องขยายโครงข่ายการให้บริการและมีโซลูชั่นรองรับการใช้งานที่มีผู้ใช้พร้อม ๆ กัน เป็นจำนวนมาก.